ชนิดเครื่องตัดหญ้า

📣ชนิดเครื่องตัดหญ้า📣

⚙️ แบบสายสะพาย

✅ เหมาะกับพื้นที่ทุกประเภท

✅ ตัดหญ้าได้ทุกประเภท

✅ อาจทำให้เมื่อยล้าเมื่อตัดพื้นที่ขนาดใหญ่

✅ ใช้งานใบตัดได้หลายรูปแบบทั้งเอ็น / ใบมีด

✅ ใช้พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ และน้ำมัน

💥 แบบรถเข็น

👉 เหมาะกับพื้นที่ขนาดกลาง-ใหญ่

👉 การใช้งานเหมาะกับสนามที่ไม่มีวัชพืช

👉 สะดวกสบายเนื่องจากมีล้อเลื่อน

👉 สามารถใช้ใบมีดได้เท่านั้น

👉 มีถุงสำหรับเก็บหญ้าตัดหญ้า สะดวกไม่ต้องคอยเก็บ

👉 ไม่สามารถตัดหญ้าส่วนที่เป็นขอบติดกับปูนได้

👉 ใช้พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่ และน้ำมัน

❣️ แบบมือถือ

🏷️ เหมาะกับพื้นที่ขนาดเล็ก

🏷️ น้ำหนักเบา

🏷️ ส่วนมากเป็นแบบสายเอ็น ไม่สามารถใส่ใบมีดได้

🏷️ จัดเก็บสะดวก

🏷️ ไม่มีแบบเติมน้ำมัน

🏷️ ใช้พลังงานไฟฟ้าและแบตเตอรี่

การใช้งานเครื่องปั้มน้ำดีเซลเบื้องต้น

การใช้งานเครื่องปั๊มน้ำดีเซลเบื้องต้น

  1. ควรเช็คน้ำมันเครื่องก่อนใช้งานทุกครั้ง
  2. กดวาล์วปุ่มแดงก่อรสตาร์ททุกครั้งเมื่อต้องการใช้งาน
  3. เติมน้ำมันในหอยโข่งก่อนเริ่มต้นใช้งานทุกครั้ง
  4. เปิดก๊อกน้ำมันก่อนเริ่มต้นใช้งานและปิดทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จ

ข้อควรระวัง

  1. ใช้เฉพาะน้ำมันดีเซลเท่านั้น
  2. เปิดวาล์วทุกครั้งก่อนใช้งาน

7 ข้อดีของการเช่าเครื่องมือช่าง

7 ข้อดีของการเช่าเครื่องมือช่าง

 

1.ประหยัดค่าใช้จ่ายในกรณีที่ใช้งานเครื่องมือแค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้ต้องการใช้งานในระยะยาว

2.การเช่าเครื่องมือช่างมีโอกาสได้ใช้เครื่องมือตายยุคตามสมัยมากกว่าการซื้อมาใช้ในระยะยาว

3.หากเลือกเช่าเครื่องมือช่างแทนการซื้อใช้ในระยะยาวจะช่วยประหยัดในเรื่องของการบำรุงรักษาเมื่ออุปกรณ์มีการชำรุดเกิดขึ้น

4.สะดวกในเรื่องสถานที่เก็บ สำหรับอุปกรณ์ขนาดใหญ่ ไม่เปลืองพื้นที่สำหรับเก็บรักษา

5.ลดความความเสี่ยงในเรื่องการลงทุนซื้อเครื่องมือช่างสำหรับความต้องการใช้งานเครื่องมือช่างหลากหลายชนิด

6.ผู้รับเหมาง่ายต่อการจัดหาอุปกรณ์เครื่องมือ สามารถหาได้ตามสถานที่ใกล้เคียงที่รับเหมา

7.สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องมีการขนส่งเครื่องมือช่างสำหรับระยะทางไกล

ยอดมาก!! เคล็ดลับช่างไม้ญี่ปุ่นในตำนาน วิธีเชื่อมไม้แบบไร้ตะปูไร้กาว ไร้สารเคมี

ยอดมาก!! เคล็ดลับช่างไม้ญี่ปุ่นในตำนาน วิธีเชื่อมไม้แบบไร้ตะปูไร้กาว ไร้สารเคมี

ประเทศญี่ปุ่นนับเป็นดินแดนที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกลมาก และคนที่นี่ก็ชื่นชอบความไฮเทคจนถึงขั้นนำเทรนด์เลยก็ว่าได้ แต่สิ่งที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของแดนปลาดิบก็คือ แม้คนส่จะติดหนึบกับความไฮเทคแค่ไหน พวกเค้าก็ยังไม่ทอดทิ้ง ‘ภูมิปัญญาระดับตำนาน’ ช่างไม้ญี่ปุ่นถือเป็นช่างไม้ที่ขึ้นชื่อในด้านฝีมือและเทคนิคระดับสูง หากแต่แม้วงการวิศวกรรมการก่อสร้างจะมีเทคโนโลยีล้ำๆที่ช่วยให้กระบวนการสร้างดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ช่างไม้ระดับตำนานเหล่านี้ก็ยังไม่ทอดทิ้ง ‘เคล็ดลับของบรรพบุรุษ’

โดยทักษะการเชื่อมไม้โดยไร้ตะปูคือเทคนิคขั้นสูงที่สืบทอดกันมาแบบรุ่นสู่รุ่น และมันยังคงเป็นวิถีระดับตำนานที่คนญี่ปุ่นให้ความนับถือ เรียกได้ว่าถ้าหากจะสร้างบ้านสักหลัง ก็ขอเลือกที่จะใช้วิธีนี้ เพราะนี่คือวิถีตำรับดั้งเดิมของแท้

ช่างไม้ญี่ปุ่นเหล่านี้รู้อย่างลึกซึ้ง ว่าจะทำอย่างไรให้ไม้ติดกันได้โดยไร้ตะปู ไร้กาว ไร้สารเคมีช่วย เท่านั้นไม่พอการสอดประสานอันสมบูรณ์แบบเหล่านี้ก็ยังแข็งแรงไม่แพ้แบบมีตะปู หรือแบบพึ่งเทคโนโลยีเลย เรียกได้ว่าเป็นความคลาสสิกที่ลึกล้ำ

และนี่คือความลับของวิถีช่างไม้ญี่ปุ่นในตำนานที่สืบทอดมาเป็นร้อยๆปี แม้เราอาจจะไม่เข้าใจนัก แต่เพียงแค่ได้มองก็ยังอดทึ่งไม่ได้เลย

ที่มา : https://www.pinterest.com/pin/234468724328431814/

ทีมา : https://www.pinterest.com/pin/234468724328431814/

เครื่องมืองานไม้สำหรับมือใหม่ มีไรบ้างมาดูกันครับ

เครื่องมือ-อุปกรณ์งานไม้สำหรับมือใหม่ มีไรบ้างมาดูกันครับ

ก่อนอื่น ขออนุญาตแนบ เรามภาพปลากรอบปิดท้ายให้ทุกท่านชมกันด้วยนะคร๊าบบ

1.แว่นตา กันเศษฝุ่นเศษขี้เลื่อย จะต้องเป็นแว่นตาครอบเต็มรอบดวงตาเพื่อความปลอดภัย

2.เอียร์ปั๊กอุดหู เพื่อป้องกันเสียงรอบข้างเวลาตัดไม้ ช่วยระดับเสียงลดอาการแก้วหูแตก

3.อุกปรณ์สำหรับยึดชิ้นงาน

3.1 แคมป์ยึดจับชิ้นงาน (เอฟแคมป์ / ซีแคมป์) ใช้สำหรับล็อกไม้

3.2 แคมป์จับเร็ว เหมาะสำหรับยึดจับชิ้นงาน อัดไม้ เพราะไม้มีขนาดที่หลากหลายโดยเลือกให้เหมาะกับงานที่ต้องการใช้

3.3 ชุดแคมป์ท่อ เหมาะสำหรับการยึดชิ้นงาน เพาะไม้ขนาดใหญ่ที่มีหน้ากว้างสูง สามารถปรับได้ตามความยาวของขนาดท่อ

3.4 แคมป์เข้ามุม

4.อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตัดไม้ Power tools

4.1 เลื่อยวงเดือน maktec ขนาด 7” ขนาดแนะนำสำหรับมือใหม่ เนื่องจากเป็นขนาดที่พอดี น้ำหนักไม่สูงสามารถจับโยกได้ง่าย

4.2 เลื่อยจิ๊กซอ ไว้สำหรับตัดโค้ง มุมหรือวงกลมต่างๆ

5.อุปกรณ์การขัด

5.1 แผ่นโฟม

5.2  กระดาษทราย

5.3  เครื่องขัดกระดาษทรายแบบสั่น (แนะนำสำหรับมือใหม่) มีหลายหลายแบบให้เลือกใช้  มีทั้งแบบทรงกลม แบบสี่เหลี่ยม แบบยาว โดยใช้ร่วมกับแผ่นกระดาษแบบผ้า

5.4  เครื่องขัดกระดาษทรายแบบสายพาน ใช้สำหรับขัดชิ้นงานขนาดเล็ก งานไม่หนัก

6.อุปกรณ์เจาะ/ขัน

6.1 สว่านไฟฟ้า ใช้สำหรับเจาะเหล็ก เจาะไม้ เจะปูน

6.2  สว่านไร้สาย เลือกให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคน แล้วแต่งานหนักงานเบามีหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายแบบ

6.3  สว่านแท่น เหมาะสำหรับการเจาะชิ้นงาน สามารถปรับระบบความลึกของดอกสว่านในการเจาะได้

7.อุปกรณ์สำหรับยึดไม้

7.1 แม็กลมขาเดี่ยว  มีหลายขนาด แบ่งเป็น F30 F50 โดยจะใช้กับลูกแม็กลมซึ่งหลายเบอร์ เช่น F10 F30 F35 เลือกใช้ตามขนาดที่ต้องการ

7.2 แม็กลมขาคู่ เหมาะสำหรับยึดชิ้นงาน ยึดไม้ต่อกัน

7.3 กาวลาเทค LA-35A ใช้ประกบชิ้นงานไม้ก่อนยิงแม็กลม

8.อุปกรณ์เก็บขอบ/ลบมุม

8.1 ทิมเมอร์ ใช้สำหรับงานขนาดเล็ก  เก็บขอบ เซาะร่องธรรมดา โดยใช้ร่วมกับชุดดอกทิมเมอร์

8.2  เราท์เตอร์  ใช้สำหรับงานหนัก สามารถใช้กับดอกทิมเมอร์ได้เนื่องจากมีตัวบูธสำหรับลดขนาดดอก แต่ควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับกำลังเครื่องและชิ้นงานที่ต้องการใช้งาน

9.อุปกรณ์อื่นๆ

9.1  ตลับเมตรไว้สำหรับวัดชิ้นงาน

9.2  ฉากตาย ไว้สำหรับตีเส้นหรือยึด 90 องศา

9.3  ฉากผสม  สามารถหมุนคลาย ปรับเลื่อนเข้าเลื่อนออกเหมาะสำหรับการวัดระยะไม้ ใช้งานง่ายและสะดวก

9.4  ค้อน เลือกใช้ได้ตามที่ต้องการ

9.5  คีมล็อก ไว้สำหรับปรับล็อกชิ้นงาน

9.6 ซิวล์ สำหรับเซาะไม้ โดยใช้ค้อนช่วยในการเซาะร่องไม้

10.อุปกรณ์งานสี

10.1 แปรงทาสี

10.2  กาพ่นสี ใช้ต่อกับปั๊มลม ขึ้นอยู่กับชิ้นงานแต่ละแบบ

11.อุปกรณ์ป้องกัน

11.1  หน้ากากกรองสารเคมี เหมาะสำหรับงานไม้ งานเหล็ก งานสีต่างๆ สามารถกรองสารเคมี กรองกลิ่น กรองเศษไม้ได้

12.ปั๊มลม ใช้คูกับสายลม

13.เครื่องเจียร ชนาด 4” ไว้สำหรับตัด ขัด เจียร ได้ ใช้ร่วมกับใบเจียรเหล็ก ใบตัดเหล็ก แท่นขัดกระดาษทราย ใบขัดสาหร่าย

อย่างไรเครื่องมือหรืออุปกรณ์เหล่านี้ อาจมีความจำเป็นในงานที่แตกต่างกันไป

ขึ้นอยู่กับชิ้นงานของแต่ละท่านด้วยนะครับ

และมักหาซื้อได้ง่าย จากร้านฮาร์ดแวร์ทั่วไปนะครับผม

หรือหากท่านใดสนใจแวะเข้ามาชมได้ครับที่เว็บไซต์ของเรา

-www.masterhardware.co.th

-Shopee : MTHTOOLS

-Locationร้าน : อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ทีมา : https://www.youtube.com/channel/UCUYGh9lfE1lKR9fx80rGKmw

ช่องเกียรติกร woodwork diy

เคล็ดลับเลือกสีทาบ้านภายนอก ให้อยู่ทน สวยนาน ที่หลายบ้านไม่รู้

ถ้าสีทาบ้านภายนอกสามารถกันความร้อนได้ แต่กลับไม่ทนทานเอาซะเลย การตัดสินใจเลือกสีทาบ้านแน่นอนว่าคงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่หากเราไม่คิดให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อนบ้านที่เรารักอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาสีลอกล่อน สีโป่งพอง สีซีดจาง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งยังทำให้เราเสียเงินไปเป็นจำนวนมากขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก

ดังนั้นมาดูกันว่า การเลือกสีทาบ้านภายนอกที่เหมาะสม เจ้าของบ้านต้องเลือกอย่างไรเพื่อให้ได้บ้านที่สวยงาม สีติดทนทาน คุ้มค่าคุ้มราคา

สีทาภายนอกที่ดี ต้องทนทาน

เลือกสีทาภายนอกให้ดี ต้องติดทนทาน ปกป้องได้ยาวนาน

สิ่งสำคัญที่สุดที่เราอยากให้คุณนึกถึงเวลาเลือกสีทาภายนอกเลยก็คือ เรื่องของ “ความทนทาน” เพราะสีทาภายนอกเปรียบเสมือนด่านแรกของบ้านที่จะต้องสัมผัสกับอะไรหลายๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นความร้อน ฝนฟ้าอากาศต่างๆ และรองลงมาถึงให้คุณเจ้าของบ้านไปพิจารณาคุณสมบัติอื่นๆ กันต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณสมบัติสีกันร้อน ความสามารถในการสะท้อนความร้อนออกจากตัวบ้าน และเฉดสีที่เป็นมงคลต่างๆ ฯลฯ

โดยผลิตภัณฑ์สีทาบ้าน และอาคารของ TOA  มีทั้ง กลุ่มที่เป็นเกรดพรีเมียมคุณภาพสูงสุด (หรือสีที่ดีที่สุดนั่นเอง) รองลงมาเป็นกลุ่มพรีเมียมคุณภาพสูง สีในกลุ่มคุณภาพมาตรฐาน และสีกลุ่มอีโคโนมี ซึ่งมีราคาย่อมเยาลดหลั่นกันไปให้เจ้าของบ้านได้เลือกใช้ตามความเหมาะสมได้เลย

ทำความเข้าใจเรื่องบ้าน
แล้วเลือกสีทาบ้านภายนอกแบบครบระบบ

เริ่มต้นการทาสีบ้านได้ง่ายๆ เพียงแค่ทำการศึกษาตัวบ้านของเรากันก่อนว่ามีลักษณะแบบไหน

เพื่อการเลือกผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องเหมาะสมสำหรับบ้านของเรามากที่สุด ทาง TOA ได้มีการแบ่งกลุ่มบ้านไว้  4 กลุ่มหลักๆ เพื่อการทำระบบสีทาบ้านที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่

การเลือกสีทาบ้านภายนอก แบ่งตามประเภทของบ้าน

  1. บ้านใหม่ ไม่เคยทาสีมาก่อน
  2. บ้านเก่า หรือบ้านที่ต้องการรีโนเวท ที่มีอายุ 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น
  3. บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีความชื้นสูง
  4. บ้านที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีแดดจัด

TOA ได้ทำการแบ่งกลุ่มระบบของสีทาบ้านภายนอกไว้เป็น 4 ระบบดังที่กล่าวไปข้างต้นนี้ เพื่อความสะดวกสบายของเจ้าของบ้านในการซื้อหาผลิตภัณฑ์ทาสีบ้านได้อย่างเหมาะสม ให้สีสวยติดทนนาน และเกิดประสิทธิภาพดีที่สุด

1. ระบบสีทาบ้านภายนอกที่ดีที่สุด สำหรับบ้านใหม่

ระบบสีทาบ้านภายนอกที่ดีที่สุด สำหรับบ้านใหม่

TOA ไม่เคยหยุดคิดค้นผลิตภัณฑ์สีทาบ้านและเคมีภัณฑ์ต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่นวัตกรรมต่างๆ ก็มีมากขึ้นทุกวัน ทำให้ตอนนี้ TOA มีผลิตภัณฑ์กลุ่มสีซุปเปอร์ชิลด์ (SuperShield) หรือสีน้ำอะคริลิก เกรดอัลตร้าพรีเมี่ยม เหมาะสำหรับสีทาภายนอก ในกลุ่มที่เป็นบ้านใหม่ ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติสุดพิเศษที่เรียกว่า “Ti-Pure” – Titanium Triple Protection นาโนไทเทเนียมชนิดพิเศษที่ผ่านการเคลือบมาถึง 3 ชั้น ทำให้ปกป้องบ้านของคุณจากทุกสภาวะอากาศ ไม่ว่าจะเป็นไอแดด ไอทะเล พายุฝน ฟิล์มสีชนิดนี้ก็ยังสามารถปกป้องตัวบ้าน อาคาร รีสอร์ท บ้านพักตากอากาศของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แถมยังติดทนยาวนานกว่า 15 ปีเลยทีเดียว

ดู E-catalog สีซุปเปอร์ชิลด์เพิ่มเติม คลิก


2. ระบบสีทาบ้านภายนอก สำหรับบ้านเก่า หรือรีโนเวทบ้านอายุ 20-30 ปี ขึ้นไป

 

สิ่งสำคัญที่ควรสังเกตก่อนทาสีบ้านภายนอกให้กับบ้านเก่าอายุ 20-30 ปีขึ้นไป คือ “สภาพของพื้นผิวปูน” ยิ่งถ้าบ้านตั้งอยู่ในเขตที่มีอากาศรุนแรง ไม่ว่าจะแดดจัด มีไอทะเล หรือสัมผัสกับลมฝนอยู่ตลอด ล้วนมีผลให้พื้นผิวปูนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การเตรียมพื้นผิวสำหรับบ้านเก่า ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าผนังไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะทาสีใหม่ เรื่องสีหลุดล่อนหรือสีโป่งพองก็อาจเกิดขึ้นซ้ำได้

สีทาบ้านภายนอก รีโนเวทบ้านดีที่สุด

ควรปรับพื้นผิวให้เรียบ ก่อนทาสีไหม?

การฉาบสกิมโค้ท (Skim Coat) เป็นการปรับผนังให้มีความเรียบเนียน ถ้าถามว่าจำเป็นไหม?  เจ้าของบ้านต้องประเมินดูว่า พื้นผิวบ้านนั้นมีลักษณะเป็นรูพรุนตามด หรือมีพื้นผิวหยาบเหมือนเม็ดทรายหรือไม่ หากสังเกตแล้วมี และต้องการผนังที่เรียบเนียน ควรใช้สกิมโค้ทสำหรับ ฉาบเรียบ ตกแต่งพื้นผิวให้เรียบเนียนเสียก่อน โดยทาน้ำยารองพื้นปูนเก่าก่อนฉาบสกิมโค้ท 1 รอบ แล้วค่อยเริ่มการทาสีบ้านต่อไป

3. ระบบสีทาบ้านภายนอกที่มีความชื้นสูง

บ้านที่มีความชื้นสูง บางทีก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะการเกิดความชื้นที่ขึ้นมาจากพื้นดินด้านล่างดันขึ้นสู่ชายล่างของตัวบ้านหรือกำแพง

ทาสีบ้านภายนอก สำหรับบ้านมีความชื้น

อย่างไรก็ตาม แม้จะหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็สามารถป้องกันให้ความชื้นเข้ามาสู่ตัวบ้านน้อยลงได้ ด้วยการใช้เคมีภัณฑ์ อย่าง  ทีโอเอ มอยซ์เจอร์ การ์ด (TOA Moisture Guard) ทาลงบริเวณชายล่างของตัวบ้านก่อนเริ่มงานระบบสี เพื่อช่วยให้บ้านมีความทนทานต่อความชื้นได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยยืดอายุของฟิล์มสีทับหน้า ป้องกันฟิล์มสีปริ โป่งพอง และทยอยหลุดล่อนออกมาทีหลังได้ด้วย

4. ระบบสีทาบ้านภายนอก เน้นเรื่องกันความร้อนสูงสุด

สำหรับบ้านที่ต้องการเน้นเรื่องของการกันความร้อนสูงสุด ทาง TOA ก็มีนวัตกรรมที่ชื่อว่า“TOA ระบบบ้านเย็น”  มาตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี โดยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเป็นฉนวนกันความร้อนชนิดนี้เรียกว่า ทีโอเอ อินซูเลเตอร์ ไพรเมอร์ (TOA Insulator Primer) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดอุณหภูมิในบ้านลงได้จริง ทั้งยังมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนออกไปได้มากถึง 94.5% โดยให้ใช้ควบคู่กับการใช้สีทับหน้าสะท้อนความร้อนในรุ่นต่างๆ ของ TOA ควบคู่กันไปเพื่อผลลัพธ์อันสูงสุด


ขั้นตอนการทาสี
วิธีง่ายๆ ที่คุณทำได้เอง

ระบบสีทาบ้านภายนอกที่ดีที่สุด สำหรับบ้านใหม่

 

ขั้นตอนการทาสีบ้านภายนอกที่ดีที่สุด

ขั้นตอนที่ เตรียมพื้นผิว

ขั้นตอนที่ รองพื้น

ขั้นตอนที่ ทาสีทับหน้า

สีทับหน้าซุปเปอร์ชิลด์ มีให้เลือกถึง 3 แบบ

ทาจำนวน 2-3 เที่ยว

ระบบสีทาบ้านภายนอกที่มีความชื้นสูง

 

ขั้นตอนทาสีบ้านภายนอกความชื้นสูง

ขั้นตอนที่ เตรียมพื้นผิว

พื้นผิวปูนใหม่
  • พื้นผิวต้องแห้ง สะอาด ปราศจากซีเมนต์และคราบไข
  • ทาน้ำยาป้องกันความชื้น ทีโอเอ มอยซ์เจอร์ การ์ด 1 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง 3-4 ชั่วโมง
พื้นผิวปูนเก่า
  • ขูดลอกฟิล์มสีเดิม และฟิล์มสีที่หลุดล่อนออกให้หมด
  • ล้างทำความสะอาดแล้วทิ้งให้แห้ง
  • บริเวณที่มีเชื้อราและตะไคร่ ใช้ ทีโอเอ 113 ไมโครคิล ทาเพื่อฆ่าเชื้อราก่อน
  • ทาน้ำยาป้องกันความชื้น ทีโอเอ มอยซ์เจอร์ การ์ด 1 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง 3-4 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ รองพื้น

พื้นผิวปูนใหม่
พื้นผิวปูนเก่า
  • ใช้น้ำยารองพื้นปูนเก่า ทีโอเอ คอนแท็ค ไพรเมอร์ หรือ สีรองพื้นอเนกประสงค์ ทีโอเอ ควิก ไพรเมอร์ 1 เที่ยว

ขั้นตอนที่ ทาสีทับหน้า  

สีทับหน้าที่ใช้นอกจากสีซุปเปอร์ชิลด์แล้ว ยังสามารถใช้สีรุ่นอื่นได้อีกด้วย

ทาจำนวน 2-3 เที่ยว

ทาสีบ้านภายนอก เน้นเรื่องกันร้อน ด้วย TOA ระบบบ้านเย็น

 

การทาสีภายนอกกันบ้านร้อน

ขั้นตอนที่ เตรียมพื้นผิว

พื้นผิวปูนใหม่
  • ทิ้งผนังให้แห้งอย่างน้อย 1 เดือน
  • ทำความสะอาดให้ปราศจากฝุ่นผง เศษซีเมนต์ และคราบไข
พื้นผิวปูนเก่า
  • ขูดลอกฟิล์มสีเดิม และฟิล์มสีที่หลุดล่อนออกให้หมด
  • ล้างทำความสะอาดแล้วทิ้งให้แห้ง (ห้ามใช้แปรงลวด)
  • บริเวณที่มีเชื้อราและตะไคร่ ใช้ ทีโอเอ 113 ไมโครคิล ทาเพื่อฆ่าเชื้อราก่อน

บริเวณที่มีรอบแตกร้าวให้เลือกใช้เคมีภัณฑ์สำหรับอุดโป๊ว ที่เหมาะสม

ขั้นตอนที่ ทาสีรองพื้นฉนวนกันร้อน

พื้นผิวปูนใหม่
พื้นผิวปูนเก่า

ขั้นตอนที่ ทาสีทับหน้า

สีทับหน้าที่ใช้นอกจากสีซุปเปอร์ชิลด์แล้ว ยังสามารถใช้สีรุ่นอื่นได้อีกด้วย

ทาจำนวน 2-3 เที่ยว

ระบบสีทาบ้านภายนอก สำหรับบ้านเก่า หรืองานรีโนเวท

 

ขั้นตอนทาสีบ้านภายนอก บ้านรีโนเวท

 

ขั้นตอนที่ เตรียมพื้นผิว

  • ขัดล้างสีเดิมที่เสื่อมสภาพออก (ห้ามใช้แปรงลวด) แล้วทิ้งให้แห้ง
  • ขัดล้างสีเดิมที่เสื่อมสภาพออก (ห้ามใช้แปรงลวด) แล้วทิ้งให้แห้ง
  • พื้นผิวที่มีลักษณะเป็นฝุ่น หรือร่วนพรุน ให้รองพื้นด้วยนน้ำยารองพื้นปูเก่า
  • ฉาบด้วยสกิมโค้ท โดยใช้เกรียงเหล็ก เกรียงสเตนเลส หรือเกรียงโป๊ว บริเวณพื้นผิวที่ต้องการ
  • ถ้าต้องการฉาบซ้ำ ให้ทิ้งชั้นแรกไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก่อนฉาบชั้นถัดไป
  • ใช้กระดาษทรายขัดสกิมโค้ท ขัดเพื่อให้พื้นผิวเรียบเนียนยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ รองพื้น

สำหรับงานรีโนเวท สามารถเลือกใช้น้ำยารองพื้นปูนทับสีเก่า หรือสีรองพื้นอเนกประสงค์ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

กลุ่มน้ำยารองพื้นปูนเก่า

  • ทีโอเอ เซเว่น อิน วัน สีรองพื้นปูนเก่า สูตรน้ำมัน
  • น้ำยารองพื้นปูนทับสีเก่า ทีโอเอ คอนแทค ไพรเมอร์
  • น้ำยารองพื้นปูนทับสีเก่า โฟร์ซีซั่นส์ ซุปเปอร์ ไพรเมอร์

กลุ่มสีรองพื้นอเนกประสงค์

  • ทีโอเอ เอ็กซ์ตร้า เวท ไพรเมอร์
  • ทีโอเอ ควิก ไพรเมอร์
  • โฟร์ซีซั่นส์ ควิก ไพรเมอร์

ทาจำนวน 1 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง 2 ชั่วโมง

ขั้นตอนที่ ทาสีทับหน้า  

สีทับหน้าสำหรับภายนอก มีดังนี้

  • สีซุปเปอร์ชิลด์
  • สีทีโอเอ เซเว่น อิน วัน
  • สีทีโอเอ ชิลด์ วัน นาโน
  • สีทนได้ สีโฟร์ซีซั่นส์

ทาจำนวน 2-3 เที่ยว

สำหรับเจ้าของบ้านท่านใด ถ้าหากอยากทาสีบ้านภายนอก สามารถเข้ามาดูได้เลยที่ ทีโอเอ ที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายตามร้านค้าปลีก ที่มีโลโก้ TOA อยู่ทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ และกลุ่มร้านค้าโมเดิร์น เทรด ที่จำหน่ายสีทาบ้าน และวัสดุก่อสร้าง เช่น โฮมโปร ไทวัสดุ เมกาโฮม ฯลฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญ ผ่านเฟซบุ๊กแมสเซ็นเจอร์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

CR : https://www.toagroup.com/product/product-solution/product-solution-detail?url=เคล็ดลับเลือกสีทาบ้านภายนอก-ให้อยู่ทน-สวยนาน-ที่หลายบ้านไม่รู้

300 บาท DIY สบายๆแก้เบื่อวันหยุดยาว

300 บาท DIY สบายๆแก้เบื่อวันหยุดยาวนี้ได้ครับ

สบายๆชิลๆสไตล์ช่างมือใหม่ หรือ จะเป็นงานซ่อมแซมเล็กๆน้อยๆ ประหยัดไปอี๊กกก

วันหยุดที่จะถึงนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิดกลับมาเป็นระลอกสอง

หลายๆท่านไม่สะดวกเดินทางพักผ่อนต่างจังหวัด หรือเดินทางไปไหน

ซึ่งหากท่านใด กำลังมองหากิจกรรมแก้เหงาในวันหยุด เราเชื่อว่า งานDIYสิ่งของเครื่องใช้ประจำบ้าน หรือซ่อมแซมเล็กๆน้อยๆถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนะครับ

แต่หากท่านใดกำลังมองหาเครื่องมือสำหรับงานDIY ราคาสบายๆ งบ200 บาท

ใช้งานแบบชิวๆ วันนี้เรามีนำเสนอครับผม

1.ประแจแหวนข้างตาย 10 มม. ราคาอันละ 18 บาท ใช้ขันงานทั่วไป

สำหรับงานขันหรือคลายน๊อตต่างๆ โดยเฉพาะแบบด้านหนึ่งเป็นปากตาย ด้านหนึ่งเป็นประแจหวน จะเป็นประแจที่อรรถประโยชน์สูง

2.ไขควงสลับตอกได้4” ราคาอันละ 45 บาท ผู้ช่วยงานDIY ที่หลายท่านคุ้นตา สำหรับงานถอดประกอบ

3.ตลับเมตรขนาด 3.5เมตร ราคาอันละ 47 บาท

ใช้ในงานวัดขนาด ความยบาว หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับชิ้นงานของเรา

4.ค้อนหงอน #21 ราคาอันละ 115-135บาท.

ช่วยผ่อนแรง ถอดประกอบเข้าหางานกัน ต่างๆ ขึ้นอยู่กับประเภทวัสดุที่เราต้องการใช้

5.เคมีภัณฑ์ สำหรับโป๊วผนัง ขนาด 1 KG ราคากระป๋องละ 75 บาท

สำหรับงานซ่อมแซม อุดรอยรั่วต่างๆที่ทำให้สะดวกง่ายดายในยามฉุกเฉิน

CR : https://masterhardware.co.th/

มิเตอร์ไฟ 5 แอมป์ ใช้งานเครื่องตัดพลาสม่าได้หรือไม่?

บ้านติดมิเตอร์ไฟ 5 แอมป์ ใช้งานเครื่องตัดพลาสม่าได้หรือไม่? วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันครับ

ในเนมเพลทเครื่องตัดพลาสม่าของเจสิคทุกรุ่นจะระบุ ค่ากระแสไฟขณะใช้งาน I1 max กับ I1 eff (I1 max = ค่ากระแสไฟเข้า ณ กระแสเชื่อมสูงสุด , I1 eff = ค่ากระแสไฟเข้า ณ กระแสเชื่อมต่ำสุด)

ทั้ง 2 ค่านี้ เป็นตัวบอกว่ากระแสไฟจากแหล่งจ่าย (มิเตอร์) ที่ใช้อยู่เพียงพอกับเครื่องหรือไม่ เช่น เครื่องตัดพลาสม่า เจสิค รุ่น CUT40L207

เนมเพลทระบุ I1 eff = 22.1A หมายถึง แม้ใช้กระแสในการตัดต่ำสุดที่ 25.2 แอมป์ (Duty Cycle 100%) จะต้องใช้กระแสไฟที่จ่ายจากมิเตอร์ให้คลุมอยู่ที่ 22.1 แอมป์เป็นอย่างน้อย ซึ่งบ้านที่ติดตั้งมิเตอร์ไฟขนาด 5 แอมป์ จะสามารถใช้ไฟได้สูงสุดเพียง 15 แอมป์เท่านั้น ไม่เพียงพออาจทำให้ไฟฟ้าดับทั้งบ้านหรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

ดังนั้นหากจำเป็นต้องใช้เครื่องตัดพลาสม่าควรขอเปลี่ยนมิเตอร์ไฟเป็นขนาด 15 แอมป์ ใช้ไฟได้สูงสุด 45 แอมป์ ครอบคลุมกระแสในการตัดสูงสุดที่ 40 แอมป์อีกด้วย (I1 max = 35A)

CR. https://www.ktw.co.th/มิเตอร์ไฟ-5-แอมป์-ใช้งานเครื่องตัดพลาสม่าได้หรือไม่

รอยต่อหลังคามีปัญหาน้ำรั่วซึม! แก้ไขยังไงดี ?

น้ำซึมบริเวณรอยต่อหลังคา เกิดจากอะไร ? 

น้ำรั่วซึมบริเวณรอยต่อหลังคา เป็นอีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่มักเกิดขึ้นในช่วงหน้าฝน ยิ่งบ้านที่มีรูปทรงหลังคาสลับซับซ้อน หรือมีรอยต่อมาก ก็มีจุดเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วซึมจากรอยต่อได้มากเช่นกัน สำหรับบริเวณรอยต่อหลังคาที่มักเกิดปัญหารั่วซึม มีดังนี้

รอยต่อบริเวณครอบสันหลังคา และตะเข้สัน

ปัญหาเกิดจากปูนที่ยึดครอบเสื่อมสภาพ หรือการติดตั้งที่ผิดวิธี อาทิ วางแปคู่ห่างเกินไป มุงครอบเผยอ

ส่วนต่อเติมรอยต่อกระเบื้องหลังคาชนผนัง

ภาพแรกจากทางซ้าย : กรณีกระเบื้องชนผนังและไม่ได้ทำทับหลัง หรือปีกคอนกรีตเสริมเหล็ก
ภาพที่สองจากทางขวา : กรณีทำทับหลัง หรือปีกคอนกรีตเสริมเหล็ก ไม่ประสานผนัง

รอยต่อบริเวณตะเข้ราง รางน้ำฝนเชิงชาย

สาเหตุเกิดจากการติดตั้งรางที่ไม่ได้มาตรฐาน รางน้ำเก่าผุ หรือมีรูปทรงเล็กแคบเกินไป ส่งผลให้ระบายน้ำได้ยาก มีน้ำล้นออกมา ทำให้น้ำไหลย้อนเข้าไปที่ใต้กระเบื้องหลังคาแล้วหยดเข้าไปในบ้าน

ปัญหาดังข้างต้นนอกจากมีส่วนทำให้ตัวบ้านได้รับความเสียหายแล้ว ยังทำให้เกิดคราบสกปรก รวมถึงมีเชื้อราจากความชื้นที่มีน้ำรั่วซึมอีกด้วย เพราะฉะนั้นควรรีบทำการแก้ไข ก่อนบานปลายเป็นปัญหาใหญ่  ดีไม่ดีอาจมีค่าซ่อมแซมในจำนวนที่ยากเกินรับมือไหว!

CR : https://www.jorakay.co.th/th/homeissues/roof-joints-have-a-water-leakage-problem.html